สุดปลื้มเอ็กซ์โซร่าทะลักพันคัน
โปรตอนสุดปลื้ม ลูกค้าแห่จอง"เอ็กซ์โซร่า"เฉียดพันคัน โรงงานผลิตไม่ทันต้องเลื่อนส่งมอบเป็นมี.ค. 53 ปลายปีนี้ปรับขึ้นราคาอีก 3 หมื่นบาท ชี้ลูกค้าชอบใช้งานอเนกประสงค์ ราคาโดนใจ คาดปีนี้กวาดยอดขาย 3 พันคัน ส่วนปีหน้าตลาดฟื้นตัวคาดโกย 4.5 พันคัน
นายธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์โปรตอนในประเทศไทย ธุรกิจในเครือพระนครยนตรการ(พีเอ็นเอ) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า หลังจากที่บริษัทได้เปิดตัวรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ เอ็มพีวี 7 ที่นั่ง โปรตอน เอ็กซ์โซร่า ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2009 ที่เมืองทองธานี ได้การตอบรับที่ดีเกินคาดจากลูกค้า โดยในระยะเวลาจัดงาน 12 วัน โปรตอนได้ยอดจองรวมทั้งสิ้นกว่า 1,300 คัน โดยในจำนวนนี้เป็นยอดจองของ โปรตอน เอ็กซ์โซร่า ถึง 950 คัน ทั้งๆ ที่บริษัทตั้งเป้าไว้เพียง 400-500 คันเท่านั้น ซึ่งโรงงานที่มาเลเซีย อาจผลิตไม่ทันกับความต้องการ ทำให้ส่งมอบรถให้กับลูกค้าช้าไปบ้างอาจเป็นเดือนกุมภาพันธ์หรือเดือน มีนาคม และในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ บริษัทจะปรับราคาโปรตอน เอ็กซ์โซร่า ขึ้นคันละ 20,000-30,000 บาท
"ยอดจองรถโปรตอน เอ็กซ์โซร่า สูงเกินความคาดหมาย เนื่องจากเป็นรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับลูกค้ากลุ่มครอบครัวที่ครบเครื่องมาก ขนาดใหญ่กว่ารถเอ็มพีวี ในระดับเดียวกัน มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเบาะหนังแท้ เซ็นเซอร์ถอยจอด โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สดใหม่ และความสะดวกสบายของรถเอ็มพีวี และความปลอดภัยของ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรกเอบีเอสและระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรก และมีราคาที่คุ้มค่ามาก บางรายที่เคยสนใจซื้อรถยนต์นั่งก็เปลี่ยนใจมาซื้อโปรตอน เอ็กซ์โซร่าแทน อีกทั้งบริษัทตั้งราคาที่จูงใจมาก เฉพาะช่วงแนะนำ และได้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนหรืออาฟต้า ที่ปรับลดภาษีนำเข้าจาก 5 % เหลือ 0 % ตั้งแต่ 1 มกราคม 2553 ทำให้บริษัทสามารถจำหน่ายในราคาที่ต่ำมาก ซึ่งหากไม่ได้ภาษีอาฟต้า คงต้องจำหน่ายในราคาสูงกว่า 1 ล้านบาท"
นายธวัชชัย กล่าวต่อไปว่า แม้ว่า อาฟต้าจะมีการลดภาษีนำเข้าจาก 5 %เหลือ 0% แต่บริษัทคงไม่ปรับลดราคารถรุ่นอื่นๆที่นำเข้ามาจากมาเลเซีย เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทไม่ได้ปรับราคาขึ้นมานาน 2 ปีแล้ว ทั้งๆ ที่ต้นทุนการผลิตปรับขึ้นทุกปี ดังนั้น ผลต่างที่เกิดขึ้นจากอาฟต้าจะนำมาชดเชยต้นทุนแทน
"สำหรับรถโปรตอนรุ่นอื่นๆ ก็ยังมียอดขายเติบโตอย่างน่าพอใจ ไม่ว่าจะเป็นโปรตอนเพอร์โซน่า ซีเอ็นจี ซึ่งก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เหมาะสมกับการใช้งานช่วงน้ำมันแพง เนื่องจากก๊าซธรรมชาติมีราคาเพียงกิโลกรัมละ 8.50 บาท เท่านั้น ส่วนโปรตอน แซฟวี่ ยังได้รับความนิยมเช่นเดิม เนื่องจากมีขนาดเล็ก เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมัน คาดว่าจะยังทำยอดขายดีเช่นเดิม แม้ว่า ในปี 2553 ค่ายรถยนต์หลายรายจะเปิดตัวรถยนต์อีโคคาร์ ซึ่งมีราคาประหยัด แต่คาดว่าคงไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายโปรตอน แซฟวี่ "
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมไม้เด็ดมาดึงดูดลูกค้าเช่นเดิม ทำให้คาดว่า ในปี 2552 โปรตอนจะมียอดขายรวมที่ 3,000 คัน ส่วนในปี 2553 จะนำเข้ารถรุ่นใหม่มาเพิ่มเติมอีก 1 รุ่น ซึ่งคาดว่า จะมียอดขายรวมที่ 4,500 คัน โดยคาดว่า ตาดรถยนต์ปี 2553 จะมีการปรับเปลี่ยนเซ็กเมนเตชันใหม่ เนื่องจากจะมีอีโคคาร์เข้าสู่ตลาด ซึ่งส่งผลให้ตลาดรถเอ-เซ็กเมนต์ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคจะเน้นการซื้อรถที่ประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
จาก หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,490 24-26 ธันวาคม พ.ศ. 2552
- Login to post comments

