ทุนนอกทะลักเข้ามาเลย์ ฉลองเอกราช 50 ปี อาหรับทุ่มพันล้านปั้น "มหานคร" ในยะโฮร์
50 ปีเอกราช "มาเลเซีย" ทุนนอกแห่ลงทุนคึกคัก ทุนตะวันออกกลางประเดิมระลอกแรก 1.2 พันล้านดอลลาร์ จับมือบรรษัทเพื่อการลงทุนในรัฐยะโฮร์ตอนใต้ ปั้นเขตเศรษฐกิจพิเศษ "อิสกันดาร์" สู่มหานครแห่งใหม่ของเอเชีย ตามหลังค่ายเจเนอรัล มอเตอร์ที่ รุกหนัก ทั้งตั้งบริษัทร่วมทุนจัดจำหน่ายเชฟโรเลต และเจรจารัฐบาลกัวลาลัมเปอร์ หวังผนึกโปรตอน ผลิตรถและชิ้นส่วนป้อนตลาดอาเซียน
มาเลเซียได้เดิน ทางมาถึงปีที่ 50 ของการ เป็นเอกราช เมื่อสิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แน่นอนว่าภาพเศรษฐกิจของประเทศย่อมแตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง โดยพบว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของปี 2550 ที่ 5.7% เพิ่มจาก 5.5% ของไตรมาสแรก แม้จะไม่สดใสเท่ากับปีที่แล้ว ที่มีอัตราเติบโตเฉลี่ย 6.1% แต่จัดว่าแข็งแกร่งมากที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค
ตัน สรี ดร.เซติ อัคตาร์ อาซิซ ผู้ว่าการ (หญิงเหล็ก) ของแบงก์เนการา ธนาคารกลางของประเทศ ชี้แจงที่มาของตัวเลข 5.7% ในไตรมาส 2 ว่า มาจากความต้องการในประเทศ ที่พุ่งขึ้นจาก 7.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 10.8%
ไม่เพียง เท่านี้ มาเลเซียยังฉลองวาระครบรอบ 50 ปีเอกราชของตัวเอง ด้วยของขวัญชิ้นใหญ่ คือ การลงทุนของกลุ่มทุนตะวันออกกลาง 1.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการลงทุน โดยตรงจากต่างประเทศในคราวเดียวที่มีมูลค่า สูงที่สุด
ปลายทางของ ทุนตะวันออกกลางอยู่ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ "อิสกันดาร์" ซึ่งเป็นพื้นที่พัฒนาเพื่อสร้างเมืองใหม่ในตอนใต้ของรัฐยะโฮร์ ครอบคลุมเนื้อที่ 2,230 เอเคอร์ ภายใต้ข้อตกลงทุนตะวันออกกลาง ซึ่งมีมูบาดาลา ดีเวลอปเมนต์ คอมปะนี กลไกการลงทุนของอาบูดาบี ของ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นแกนนำ ลงขันมากที่สุด 520 ล้านดอลลาร์ ส่วนที่เหลือเป็นเงินทุน ที่จะมาจากอัล-นีบราส 2 ลิมิเต็ด กลไกการ ลงทุนในการบริหารของคูเวต ไฟแนนซ์ เฮาส์ ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งมาจากมิลเลนเนียม ดีเวลอปเมนต์ อินเตอร์เนชั่นแนล คอมปะนี ของอาบูดาบี ส่วนบริษัทที่บริหารโปรเจ็กต์ยักษ์ครั้งนี้ คือ อัลดาร์ พร็อพเพอร์ตีส์ พีเจเอสซี บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอาบูดาบีเช่นกัน
กลุ่ม ทุนตะวันออกกลางจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนตั้งบริษัทร่วมทุนกับบรรษัทเพื่อการลง ทุนใน ยะโฮร์ตอนใต้ ร่วมกันพลิกโฉมเขตเศรษฐกิจ อิสกันดาร์ให้เป็นมหานครระหว่างประเทศ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าสิงคโปร์เป็น 3 เท่า และ ยกระดับขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้า พาณิชย์และการศึกษาของโลก ทั้งนี้ บรรษัทจะถือหุ้น 30% ในบริษัทร่วมทุนดังกล่าว ขณะที่ 1.2 พันล้านดอลลาร์ของตะวันออกกลางจะลงทุนไปกับการ ซื้อที่ดิน และพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน หมายความว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า มหานครแห่งใหม่จะประกอบด้วย นิคมไฮเทค โลจิสติกส์ เขตอุตสาหกรรม ศูนย์การศึกษา โรงพยาบาล สวนสนุก บ้านพักตากอากาศ ท่าเทียบเรือ และชุมชนที่พักอาศัย
อย่างไรก็ตาม 1.2 พันล้านดอลลาร์เป็น เพียงส่วนหนึ่งของทุนต่างประเทศที่คาดว่าจะ ไหลเข้ามา หากประเมินจากคำกล่าวของ นายกรัฐมนตรีอับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี ที่คาดว่าการลงทุนของภาคเอกชนที่ต้องการสำหรับการพัฒนาอิสกันดาร์ มีมูลค่าทั้งสิ้น 1.05 แสนล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่าการลงทุนของกลุ่มอาหรับครั้งนี้ยังเป็นแค่ก้อนแรก และคาดว่ายังมีกลุ่มทุนชาติอื่นๆ สนใจเข้ามา ร่วมในโครงการยักษ์ครั้งนี้อีกเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนั้นรวมถึงสิงคโปร์ซึ่งอยู่ห่างจากรัฐยะโฮร์เพียง 1 กิโลเมตร ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียได้เคยเอ่ยปากชวนให้สิงคโปร์มา ร่วมลงทุน แต่นักการเมืองท้องถิ่นและในระดับรัฐบาลกลางยังต่อต้านอยู่บ้าง โดยไม่ต้องการให้พึ่งพาการลงทุนจากสิงคโปร์มากเกินไป
ที่น่าสนใจคือ โปรเจ็กต์อิสกันดาร์ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ แข่งกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ตั้งแต่ไทย เวียดนาม จนถึงอินเดีย และจีน หลังจากที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในมาเลเซีย ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2549 เอฟดีไอที่ไหลเข้าประเทศ อยู่ที่ 3.9 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 5.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2544
รัฐบาลมาเลเซียคาดหวังว่า โปรเจ็กต์พัฒนาอิสกันดาร์จะสามารถดึงเงินทุนต่างประเทศ 1.42 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 5 ปีแรก
ก่อน หน้านี้เมื่อวันอังคาร (28 ส.ค.) บริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สุด ของสหรัฐ ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัท ดีอาร์บี-ไฮคอม เพื่อขายและจัดจำหน่ายรถยนต์ ยี่ห้อเชฟโรเลตในมาเลเซีย พร้อมทั้งได้เจรจา กับรัฐบาลมาเลเซียเพื่อลงทุนในบริษัทโปรตอน บริษัทรถยนต์แห่งชาติ โดยคาดหวังว่าหาก การเจรจาประสบความสำเร็จ บริษัทร่วมทุนจะสามารถปรับเกมให้แบรนด์เชฟโรเลตของบริษัทสามารถเป็นผู้เล่น ที่สามารถแข่งขันในตลาดรถยนต์นั่งของมาเลเซีย อีกทั้งยังระบุด้วยว่าในอนาคตอาจจะร่วมมือกับหุ้นส่วนเพื่อประกอบรถยนต์ใน ประเทศ รวมถึงการตั้งโรงงานผลิต เชฟโรเลต ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์อื่น สำหรับตลาดอาเซียน
กลุ่มดีอาร์บี-ไฮคอม เป็นเครือธุรกิจที่มีผลประโยชน์หลากหลาย ครอบคลุมทั้งในส่วนการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ จักรยานยนต์และ รถบรรทุก สำหรับโครงสร้างการร่วมทุนซึ่งจะเปิดดำเนินงานในเดือนตุลาคมนี้ จีเอ็มจะถือหุ้น 51%
ยิ่งกว่านั้นการค้นพบแหล่งน้ำใต้ดินในเขตบา ตัง ปาดัง ทางตอนเหนือของรัฐเปรัก ซึ่งมีขนาดใหญ่เท่ากับสิงคโปร์เมื่อเร็วๆ นี้ ยังถือเป็นแหล่งดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติที่ดีอีกแห่ง ประกอบกับการค้นพบแหล่งน้ำแห่งใหม่จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวไปได้ด้วย เนื่องจากรัฐบาลคาดว่าจะสามารถสูบน้ำจากแหล่งดังกล่าวขึ้นมาใช้ได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า
อีกทั้งยังมีรายงานด้วยว่าในเดือนหน้านี้ รัฐบาลมาเลเซียจะประกาศให้นักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศเข้าร่วมประมูลโครงการส่งน้ำมูลค่า 858 ล้านดอลลาร์ จากรัฐปะหัง มาที่ สลังงอร์ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งตัวเต็ง ที่คาดว่าจะคว้าสัญญาโครงการ มีตั้งแต่ สุมิโตโม คาจิมะ และบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นอีกรายหนึ่ง เนื่องจากเงินทุนส่วนใหญ่ที่ใช้สนับสนุนโครงการนี้เป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ จากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่นหรือเจบิก
วันที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3928
หน้า 16
ข่าวจาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
- Login to post comments

